น้ำท่วม ข่าวน้ำท่วม สถานการณ์น้ําท่วมล่าสุด เกาะติดข่าวน้ําท่วม ภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำ ความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพมหานคร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรุงเทพมหานคร แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555
กทม. ยันปริมาณน้ำฝนไม่น่าห่วง
วันนี้( 8 ต.ค.2555) นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปริมาณน้ำฝนในกรุงเทพมหานครภาพรวมว่า ยังไม่น่าเป็นห่วง โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาวัดได้ปริมาณ 30-50 มิลลิเมตร และพบปริมาณเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ศาลาแดง วัดได้ 50 มิลลิเมตร ส่วนระดับน้ำในคันกั้นน้ำ ทั้งทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก พบมีระดับน้ำสูงขึ้น แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
อย่างไรก็ตาม สำนักการระบายน้ำได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ ทั้งการพร่องน้ำตามคลอง บึง และแก้มลิง รวมทั้งตั้งเครื่องสูบน้ำทุกจุดของกรุงเทพมหานคร และจัดเจ้าหน้าที่หน่วยเบส ออกตรวจสอบ และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง มั่นใจว่าหากเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งวัน จะไม่เกิดน้ำท่วม
ส่วนกรณีพบกระสอบทรายในท่อระบายน้ำบริเวณ ถ.ศรีนครินทร์ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า กระสอบทรายดังกล่าวเป็นการดำเนินการด้านเทคนิคในระบบปิดล้อมย่อยกั้นน้ำ โดยนำมาบล็อกเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งบล็อกในระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลเข้าสู่ตัวระบบ
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
กทม.เล็งสร้างอุโมงค์-ประตูระบายน้ำเพิ่ม
กรุงเทพมหานคร เตรียมสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ และประตูระบายน้ำในกรุงเทพฯ เพิ่มอีก 3 จุด เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ได้กล่าวถึงกรณีที่ทางกรุงเทพมหานคร จะมีการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มขึ้นมาอีก 3 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ ในขณะนี้ได้มีการประกวดราคาแล้ว รอเสนอให้รัฐบาลทราบ เพื่อเข้า ครม.ต่อไป
สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ได้มีการเสนอแผนไปแล้ว และยังมีส่วนที่ต้องเพิ่มเนื้อหา นำเสนอให้รัฐบาลอีกเป็นบางส่วน ส่วนประตูระบายน้ำดอนเมือง ได้มีการออกแบบไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ในการก่อสร้าง เนื่องจากติดพื้นที่ที่เป็นเส้นทางการรถไฟ จึงจะต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือด้วย และในการออกแบบก่อสร้างลักษณะของอุโมงค์ ก็จะมีการออกแบบคล้ายกับอุโมงค์ที่พระราม 9
วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555
ฝนถล่ม กทม. น้ำขัง ถ.วิภาวดี-รัชดา-ดินแดง
น้ำท่วมขังหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ขณะที่สภาพการจราจร มีน้ำท่วมขังในหลายจุด ทำให้รถเคลื่อนตัวช้า
ตลอดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ซอยรัชดาภิเษก 36 หรือ ซอยเสือใหญ่ ที่มักมีน้ำท่วมขังทุกครั้ง หลังจากมีฝนตกต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน พบว่า ภายในซอยเสือใหญ่หลายจุด เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20 - 30 เซนติเมตร ถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาเข้า เชิงทางลงสะพานข้ามแยกรัชโยธิน มุ่งหน้า แยกรัชดา-ลาดพร้าว มีฝนตกตลอดทั้งคืน มีน้ำท่วมขังเชิงทางลงสะพาน ขณะที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก ช่วงทางลงด่วนดินแดง มุ่งหน้า สโมสรกองทัพบก มีน้ำท่วมขังในช่องทางซ้าย สูงเกือบริมทางเท้า
ทางด้าน นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมา ทั้งฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร ตั้งแต่ 100-140 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายไม่ทัน พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า ช่วงหน้า ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี เพราะมีน้ำท่วมขังเสมอฟุตปาธ รวมถึง ถนนลาดพร้าว 112 ที่มีน้ำท่วมขัง หากฝนไม่ตกซ้ำลงมา ก็จะสามารถระบายได้ทันภายใน 1 - 2 ชั่วโมง
ด้านกองบังคับการจราจร รายงานสภาพการจราจรช่วงเช้า บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 จาก แยกเตาปูน ถึง แยกประชาชื่น น้ำท่วมสูงระดับทางเท้า ทิศทางกลับกัน จากแยกประชาชื่น ถึง โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์ น้ำท่วมสูงระดับทางเท้า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำเร่งด่วน ถนนรามคำแหง หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังคงมีน้ำท่วมขังเสมอทางเท้า ซึ่งทำให้การจราจรติดขัด ส่วนใน ซ.เสือใหญ่อุทิศ มีน้ำท่วมขังในซอยเสมอขอบล้อ รถเล็กไม่ควรผ่าน, ถนนสุวินทวงศ์ ขาออก ช่วง ร.ร.สารสาสน์ สุวินทวงศ์ ขาออก แยกบึงขวาง น้ำท่วมขังทั้ง 2 ช่องทาง เสมอทางเท้า ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง
วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555
สตช. แนะเลี่ยง 21 จุดวิกฤติ หลังฝนกระหน่ำ กทม.
สตช.แนะเลี่ยง 21 จุดวิกฤติ กทม. หากไม่จำเป็นไม่ควรผ่านในช่วงฝนตกหนัก เพราะอาจเจอรถติดหนึบ
วานนี้ (26 กันยายน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผย 21 จุดวิกฤติ ที่ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงทันที เมื่อมีฝนตกหนักในเขต กทม. สำหรับเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้
1. รัชดาภิเษก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน
2. ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แยกห้วยขวาง แยกหน้าเขต
3. ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด
4. ถนนประชาสุข แยกประชาสุข-แยกห้วยขวาง
5. หน้าโรงเรียนพิบูล-แยกด่วนดินแดง (คู่ขนาน)
6. หน้า สน.พญาไท-แยกศรีอยุธยา
7. รามคำแหงขาออก-เข้ารามคำแหง 21 - 26 ช่องทางซ้าย
8. รามคำแหงซอย 24
9. รามคำแหงซอย 26
10. ถนนรัชดาภิเษก ขาออก หน้าสถานทูตจีน
11. ถนนเพชรบุรีขาเข้า แยกเป๊ปซี่-อโศกเพชรบุรี
12. แยกอโศก-แยกอโศกเพชรบุรี
13. แยกแม่พระ-แยกพระราม 9 (ช่องทางซ้าย)
14. ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกหน้า ร.1 รอ. - สโมสรทหารบก
15. หน้า NBT-ใต้ทางด่วนดินแดง
16. อโศกทางลัด ซอย 31 ,33 และ 39
17. ถนนพลหโยธินขาออก ก่อนถึงแยกเกษตร (ช่องทางซ้าย)
18. ถนนนครชัยศรี บริเวณหน้ากรมสรรพสามิต
19. ถนนรัชดาภิเษก หน้าฟอร์จูนขาเข้า-แยกพระราม 9
20. ถนนพัฒนาการ ซ.9 - ซ.17
21. ถนนพัฒนาการ ซ.13, ซ.15 , ซ.17 บริเวณตรงข้ามบริษัททรู
วานนี้ (26 กันยายน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผย 21 จุดวิกฤติ ที่ผู้ขับขี่ควรหลีกเลี่ยงทันที เมื่อมีฝนตกหนักในเขต กทม. สำหรับเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้
1. รัชดาภิเษก บริเวณหน้าห้างโรบินสัน
2. ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แยกห้วยขวาง แยกหน้าเขต
3. ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด
4. ถนนประชาสุข แยกประชาสุข-แยกห้วยขวาง
5. หน้าโรงเรียนพิบูล-แยกด่วนดินแดง (คู่ขนาน)
6. หน้า สน.พญาไท-แยกศรีอยุธยา
7. รามคำแหงขาออก-เข้ารามคำแหง 21 - 26 ช่องทางซ้าย
8. รามคำแหงซอย 24
9. รามคำแหงซอย 26
10. ถนนรัชดาภิเษก ขาออก หน้าสถานทูตจีน
11. ถนนเพชรบุรีขาเข้า แยกเป๊ปซี่-อโศกเพชรบุรี
12. แยกอโศก-แยกอโศกเพชรบุรี
13. แยกแม่พระ-แยกพระราม 9 (ช่องทางซ้าย)
14. ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออกหน้า ร.1 รอ. - สโมสรทหารบก
15. หน้า NBT-ใต้ทางด่วนดินแดง
16. อโศกทางลัด ซอย 31 ,33 และ 39
17. ถนนพลหโยธินขาออก ก่อนถึงแยกเกษตร (ช่องทางซ้าย)
18. ถนนนครชัยศรี บริเวณหน้ากรมสรรพสามิต
19. ถนนรัชดาภิเษก หน้าฟอร์จูนขาเข้า-แยกพระราม 9
20. ถนนพัฒนาการ ซ.9 - ซ.17
21. ถนนพัฒนาการ ซ.13, ซ.15 , ซ.17 บริเวณตรงข้ามบริษัททรู
คนกรุงทำใจ! กบอ.เผย ฝนตกยาวถึง 20 ต.ค.
กบอ. ระบุ ฝนตกหนักใน กทม. ถึง 20 ตุลาคม ชี้ปริมาณฝนมากสุดในรอบ 30 ปี แต่ยันเป็นเรื่องปกติจากอิทธิพลร่องมรสุม ขณะที่เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ ยังรับน้ำได้อีกร้อยละ 80
วันนี้ (27 กันยายน) นายพิพัฒน์ เรืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำ (สบอช.) แถลงสถานการณ์น้ำ ว่า ในช่วงนี้จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม ฝนจะตกหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก เพราะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุม โดยในกรุงเทพฯ จะมีฝนตกทุกวันมากถึงร้อยละ 90 และตกหนักในหลายพื้นที่ด้วย ซึ่งค่าเฉลี่ยปริมาณฝนตอนนี้มีมากกว่า 48.7 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ตกมากสุดในรอบ 30 ปีของกรุงเทพฯ ส่วนภาคใต้ขอให้ประชาชนระวังฝนตกหนักมีลมกรรโชกแรง และทะเลมีคลื่นมีความสูง 2 เมตร
สำหรับปริมาณการรับน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์นั้น นายพิพัฒน์ ระบุว่า ทั้ง 2 เขื่อนยังมีที่ว่างรับน้ำได้อีกถึง 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับช่วงฝนปลายฤดู โดยขณะนี้มีปริมาณน้ำเก็บกักในเขื่อน 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคำนวณแล้วจะรับปริมาณน้ำฝนเพิ่มได้อีกถึงร้อยละ 80 ของความจุเขื่อนและจะเพียงพอใช้ในฤดูแล้ง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดจะดีขึ้น หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีก
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำว่า กรมชลประทานจะดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบายน้ำออกแม่เจ้าพระยาจากฝั่งตะวันออกและปริมณฑลลงคลองสอง คลองแสนแสบ คลองประเวศ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ ส่วนฝั่งตะวันตก จะเร่งระบายน้ำจากคลองภาษีเจริญลงคลองสนามชัย คลองมหาชัยสู่อ่าวไทย ทั้งนี้ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ให้ประชาชนระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูง และช่วงใกล้ปากอ่าว ระวังการยกตัวน้ำทะเล ช่วง 17.00 - 19.00 น.
วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555
กทม. เผย เดือนกันยายน ฝนถล่มสูงสุดในรอบ 50 ปี
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน เตรียมรับฝนตกหนักช่วงปลายกันยายนนี้ ด้านผู้ว่าฯ กทม. รับ อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ระบายน้ำได้จริง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด เผย เดือนกันยายน ฝนตกเมืองกรุงสูงสุดในรอบ 50 ปี
เมื่อวันที่ 25 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน ฉบับที่ 8 เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" โดยระบุว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะ 1 - 2 วันนี้
สำหรับสถานการณ์ฝนในกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 25 - 29 กันยายน จะมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 90% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 กันยายน นี้
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการวัดปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เฉพาะช่วงเดือนกันยายนนี้ พบว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมานั้นสูงสุดในรอบ 50 ปีของกรุงเทพมหานคร ทำให้ต้องเวลาในการระบายน้ำ ซึ่งก็ไม่ได้ใช้เวลาข้ามคืน ส่วนเรื่องการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำ ว่า จากที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนตกหนัก กทม. จะร่วมกับกรมชลประทานทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณบางปะกงและอ่าวไทยเพิ่มเติมเป็น 2 เท่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเสี่ยง และเตรียมความพร้อมโดยให้นำสถิติในอดีตและปัจจุบันในอดีตมาเปรียบเทียบ เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมรับกับสถานการณ์น้ำ
วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555
ฝนตกทั่วกรุง - กทม. ทวีตขอโทษระบายน้ำช้า
พบกลุ่มฝนหลายพื้นที่ในกรุง ส่งผลฝนตกหนัก กทม. ทวีตขอโทษ ระบายน้ำช้า บก.จร. เตือนระวังอุบัติเหตุ
วันนี้ (25 กันยายน) เรดาร์รายงานสภาพอากาศ กทม. แจ้งว่า พบกลุ่มฝนอ่อน - ปานกลาง ในพื้นที่เขตวังทองหลาง บางกะปิ ลาดพร้าว จตุจักร ห้วยขวาง วัฒนา สวนหลวง คลองเตย ดอนเมือง สายไหม ต่อเนื่อง อ.ปากเกร็ด จ.ปทุมธานี ทำฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ประชาสัมพันธ์ กทม. ได้แจ้งทางทวิตเตอร์ว่า ต้องขออภัยที่ระบายน้ำบางจุดได้ล่าช้า แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ทำงานเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
ด้าน กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. เตือนว่า ขณะนี้บางพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร เริ่มมีฝนตก ผิวการจราจรเปียกลื่น อาจส่งผลด้านการจราจรและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงแจ้งให้ทราบไว้เป็นข้อมูล และควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
นักภัยพิบัติหวั่น กทม. ท่วมปลาย ก.ย. นี้
นักภัยพิบัติหวั่นน้ำท่วม กทม. ปลายเดือนนี้ ชี้รัฐทำแนวกั้นมากเกิน อาจซ้ำรอยเหตุการณ์เมืองนิวออร์ลีนส์ จวกแนวคิดสร้าง 2 เขื่อนใหญ่ไร้ประโยชน์ แนะบริหารจัดการน้ำดีกว่า
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในประเทศไทยปี 2555 ว่า ปีนี้มีความเป็นห่วงน้ำท่วม กทม. ซึ่งลักษณะการท่วมต่างจากปี 2554 ที่มีน้ำเหนือมหาศาลหลากลงมา แต่ปีนี้จะเกิดจากร่องมรสุมและพายุผิดปกติ ซึ่งทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกในช่วงวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม แต่จะตกใต้เขื่อนใหญ่ หากฝนตกหนักกังวลเขื่อนเล็ก 2 เขื่อน คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนกระเสียว มีศักยภาพรองรับน้ำฝนไม่มาก น้ำจะลงมากรุงเทพฯ
เมื่อบวกกับมวลน้ำจากตอนบนลงมาถึงเดือนตุลาคม พายุที่จะถล่ม น้ำทะเลหนุนในเดือนนี้อีก ภาคกลางและกรุงเทพฯ จึงยังไม่ปลอดจากน้ำท่วม 100% อย่างที่รัฐหรือนักวิชาการบางคนยืนยัน น้ำท่วมภาคกลางมีหลายปัจจัย ไม่ใช่น้ำเหนืออย่างเดียว แล้วปี 2556 ไทยจะเผชิญภัยแล้ง เพราะเขื่อนต่าง ๆ กลัวจึงปล่อยน้ำหมด
นักวิชาการ จี้ อย่าชะล่าใจ น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ
นักวิชาการ ชี้ น้ำท่วมขังรอบกรุง แก้ได้ยาก เพราะต้องเปลี่ยนท่อระบายน้ำใหม่หมด ซึ่งใช้งบประมาณและเวลาสูง จี้ หลายฝ่ายอย่าชะล่าใจน้ำไม่ท่วมกรุง เพราะพายุอาจจะกระหน่ำช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน
วันนี้ (24 กันยายน) นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่า มีอยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน คือ
1. ปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าอัตราระบายน้ำทันที กล่าวคือ โดยปกติการระบายน้ำได้ทันทีจะอยู่ที่ 60 มิลลิเมตร ถ้าหากฝนตกมากกว่า 60 มิลลิเมตร การระบายน้ำก็จะทำได้ช้าลง
2. ภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ กล่าวคือ ในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ อาทิ พื้นที่จรัญสนิทวงศ์ รามคำแหง ดินแดง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งกระทะ ทำให้น้ำไหลจากพื้นที่อื่นจากที่สูงกว่ามารวมกันที่นี่ ทำให้การระบายน้ำจะทำให้ช้าลงกว่าเดิม
ส่วนวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมบนพื้นที่แอ่งกระทะ นายสัญญา ระบุว่า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำช่วย แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือการเพิ่มขนาดท่อระบายน้ำใหม่ ให้มากกว่า 60 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยาก เพราะต้องวางระบบท่อใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ในช่วงก่อสร้างอาจจะทำให้การจราจรติดขัดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทด้วย อย่างไรก็ตาม ถนนเส้นใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น ทาง กทม. ได้ปรับขนาดท่อระบายน้ำให้ระบายน้ำได้ 80 - 100 มิลลิเมตรแล้ว
วันนี้ (24 กันยายน) นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่า มีอยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน คือ
1. ปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าอัตราระบายน้ำทันที กล่าวคือ โดยปกติการระบายน้ำได้ทันทีจะอยู่ที่ 60 มิลลิเมตร ถ้าหากฝนตกมากกว่า 60 มิลลิเมตร การระบายน้ำก็จะทำได้ช้าลง
2. ภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ กล่าวคือ ในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ อาทิ พื้นที่จรัญสนิทวงศ์ รามคำแหง ดินแดง เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งกระทะ ทำให้น้ำไหลจากพื้นที่อื่นจากที่สูงกว่ามารวมกันที่นี่ ทำให้การระบายน้ำจะทำให้ช้าลงกว่าเดิม
ส่วนวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมบนพื้นที่แอ่งกระทะ นายสัญญา ระบุว่า ต้องใช้เครื่องสูบน้ำช่วย แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือการเพิ่มขนาดท่อระบายน้ำใหม่ ให้มากกว่า 60 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยาก เพราะต้องวางระบบท่อใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ในช่วงก่อสร้างอาจจะทำให้การจราจรติดขัดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทด้วย อย่างไรก็ตาม ถนนเส้นใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น ทาง กทม. ได้ปรับขนาดท่อระบายน้ำให้ระบายน้ำได้ 80 - 100 มิลลิเมตรแล้ว
วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555
กทม.ตอบข้อสงสัย ฝนตกทีไร น้ำท่วมกรุงเทพทุกที
หลังจากในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา พื้นที่กรุงเทพต้องเจอกับสถานการณ์ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรอัมพาตตามมา สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเป็นอย่างมาก จนหลายๆ คนอาจเกิดคำถามว่า ทำไมช่วงนี้ฝนตกทีไรน้ำต้องท่วมขังทุกที?
ซึ่งนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยเปิดเผยว่า
โดยปกติปริมาณฝนในกรุงเทพฯ เฉลี่ยจะอยู่ที่เดือนละ 125 มิลลิเมตร หรือปีละ 1,500 มิลลิเมตร แต่สถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ ขณะนี้ มีปริมาณฝนที่ตกลงมากเกิน 100 มิลลิเมตรทุกวัน ซึ่งรวมล่าสุดในเดือนกันยายน อยู่ที่ 800 มิลลิเมตร โดยเฉพาะ 3-4 วันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักถึง 400 มิลลิเมตร
ทั้งนี้ระบบระบายน้ำในกรุงเทพฯ รับปริมาณน้ำฝนได้ไม่เกิน 60 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระบบเดิมที่ใช้กันมานานแล้ว หากต้องการให้ระบายน้ำได้เร็วกว่านี้ คงต้องรื้อระบบท่อใน กทม.ใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า อุโมงค์ยักษ์ของ กทม.ทำงานหรือไม่นั้น
นายธีระชน ยืนยันว่า อุโมงค์ยักษ์ทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยมีเครื่องสูบน้ำอยู่ภายใน 4 ตัว (เครื่องหลัก 3ตัว สำรอง 1ตัว แต่ละตัวทำงาน 8ชั่วโมง) ซึ่งฝนตกหนักขนาดนี้หากไม่มีอุโมงค์ยักษ์ อาจต้องใช้เวลาระบายน้ำเป็นวัน
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555
สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ ไม่รุนแรง แต่ต้องระวัง !!!
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เจาะลึกสถานการณ์น้ำท่วมปี 2555 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังเขื่อนป่าสักฯ รวมถึงจับตาดู 2 จุดเสี่ยงใกล้ กทม.
สืบเนื่องจากสภาพฟ้า ฝน ในขณะนี้ ที่ทำให้หลายฝ่ายต่างวิตกกังวลว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่นั้น ล่าสุด วันนี้ (21 กันยายน) ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ถือว่าไม่น่ากังวล แม้จะมีฝนตกในเขตกรุงเทพมหานคร และในพื้นที่ภาคกลางค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นไปตามร่องมรสุมปกติ
แต่ขณะเดียวกัน ฝนเหล่านี้เป็นฝนที่ตกใต้เขื่อน จึงทำให้น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายจังหวัด ดังนั้นเมื่อระดับน้ำในลำน้ำลดลง ปริมาณน้ำในทุ่งก็จะไหลไปตามแม่น้ำปกติ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ที่ประมาณ 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่สามารถรับน้ำได้ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ฉะนั้น จึงคาดว่าไม่น่าจะไหลเข้าท่วมเมืองเหมือนปีที่ผ่านมา
ดร.เสรี ยังเล่าถึงกรณีน้ำท่วมพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า เนื่องจากคันกั้นน้ำในบางพื้นที่ รองรับน้ำรับได้ไม่ถึง 1,500 ลูกบาศก์เมตร ทั้งยังมีจุดเสี่ยงอยู่ที่เขตปริมณฑล แม้ปริมาณน้ำเหนือจะน้อย แต่มีการคาดการณ์ว่า ในวันที่ 24 กันยายนนี้ จะมีฝนตกหนัก ก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ นอกจากนี้ ยังมีจุดเสี่ยงต่อมาอีก 2 จุดคือ ที่ อ.บางเลน จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะน้ำจะถูกผันไปยังบริเวณนี้ และที่บริเวณคลอง 13 (หนองจอก-ลาดกระบัง)
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555
ตื่น! ภาพน้ำท่วม ม.กรุงเทพ-ที่แท้ท่วมเพราะฝนตก
ชาวเน็ตตื่น! ภาพน้ำท่วม ม.กรุงเทพ ถูกแชร์ว่อนเน็ต ก่อนมารู้ทีหลัง ที่แท้แค่ฝนตกทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามปกติ ไม่ใช่น้องน้ำมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.24 น. ของวันที่ 13 กันยายน ในหน้าเฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro ของ สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ (สวพ.91) ได้โพสต์ภาพน้ำท่วมขังบนถนนสูงประมาณครึ่งล้อรถยนต์ โดยระบุว่า ภาพดังกล่าวถ่ายจากถนนพหลโยธิน ขาออก หน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ซึ่งเคยประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีที่แล้ว
เตรียมรับมือ! คาด 7-10 วัน น้ำเหนือถึงกรุงแน่
กยน. เตือน กรมชลฯ เร่งระบายน้ำ เตรียมรับมือน้ำเหนือ คาดอีก 7 - 10 วัน ล้อมกรุงแน่ ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ยัน หยุดน้ำเหนือที่ จ.สุโขทัย ได้แล้ว ด้าน กบอ. มั่นใจ น้ำเหนือสุโขทัย ไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อื่น ๆ ระบุกินเวลา 4 วัน ถ้าหากจะท่วมหัวน้ำต้องถึง จ.นครสวรรค์ หรือ จ.ชัยนาท แล้ว ขณะเดียวกัน ทาง กทม. ประกาศเตือน 27 ชุมชน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนของขึ้นที่สูง
วันนี้ (14 กันยายน) นายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะคณะทำงานอนุกรรมการระยะเร่งด่วนในคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ระบุว่า ขณะนี้มวลน้ำจากสุโขทัยกำลังทยอยไหลเข้าที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จากนั้นก็จะเคลื่อนตัวมายัง จ.นครสวรรค์ ตามลำดับ ทั้งนี้ นอกจากสองจังหวัดดังกล่าว ทาง จ.ชัยนาท ก็ต้องเร่งพร่องน้ำเพื่อเตรียมรับมวลน้ำก้อนนี้เช่นกัน ซึ่งจะมาถึงอีก 5 วันข้างหน้า โดยการไหลของน้ำนั้น พื้นที่ลุ่มต่ำจะได้รับผลกระทบ ส่วนทางกรมชลประทานจะค่อย ๆ ชะลอความรุนแรงของมวลน้ำ เพื่อลดผลกระทบและไม่ให้ซ้ำรอย จ.สุโขทัย
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ฝนหนักบางบอนกิ่งไม้ปักคอคนขับรถไฟ-พระราม2ป้ายทับคน
หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร มีฝนตก ลมแรง พัดป้ายโฆษณาทับร้านเฟอร์นิเจอร์ ย่านพระราม 2 ถูกคนงานบาดเจ็บ ส่วนย่านบางบอน ลมพัดกิ่งไม้ทะลุกระจกรถไฟมหาชัย วงเวียนใหญ่ เสียบคอคนขับ สาหัส
เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เกิดเหตุฝนตกลมแรงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 5 - 6 ชั้น ล้มลงทับร้ายขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และร้านเฟอร์นิเจอร์ จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ ปากซอยพระรามสอง 40 ส่งผลให้โครงหลังคาของร้านเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าว หล่นทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ในร้าน ได้รับบาดเจ็บ หมดสติ 1 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว ส่วนร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ได้รับความเสียหายทั้งหลัง พังราบ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อปพร.บางบอน ได้รับแจ้งเหตุฝนตกลมแรง พัดกิ่งไม้กระแทกกระจกรถไฟ ขบวนที่ 17 จากวงเวียนใหญ่ มุ่งหน้า มหาชัย จุดเกิดเหตุอยู่ย่านบางบน ส่งผลให้กิ่งไม้ทะลุกระจก เสียบเข้าที่คอของคนขับรถไฟ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบางกอก 8 อินเตอร์เนชั่นแนล แล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










