หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุพรรณบุรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุพรรณบุรี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สุพรรณบุรีอ่วม! น้ำไหลท่วม อ.หนองหญ้าไซ ถนนขาด


    น้ำป่าจากกาญจนบุรี ไหลเข้าท่วมบ้านหนองขาม จ.สุพรรณบุรี จนน้ำท่วมท้องนา ทั้ง ๆ ที่ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ด้าน นายกฯ อบต. หนองขาม เผย ยังไม่มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

          วันนี้ (30 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ฝนตกอย่างหนักในค่ำคืนวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุน้ำท่วมขังที่บ้านหนองขาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี นอกจากนี้ บ้านหนองขาม ยังถูกน้ำป่าที่ไหลมาจาก อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ไหลเข้าท่วมซ้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้คอสะพานในหมู่บ้านชำรุด ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรได้ และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายไปด้วย

          ด้านนายบุญยัง วังเปรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองขาม เปิดเผยว่า หมู่บ้านทั้ง 11 หมู่บ้านใน ต.หนองขาม ได้รับความเสียหายทั้งหมดต่างรูปแบบกันไป โดยในหมู่ที่ 9 คอสะพานชำรุดด้วยกัน 2 จุด รถเล็กก็ยังสามารถเดินทางข้ามสะพาน ขณะที่หมู่ที่ 6 น้ำไหลเข้าท่วมจนทำให้ถนนขาด ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือ หมู่ที่ 8 กับ หมู่ที่ 10 ซึ่งเป็นพื้นที่ทางการเกษตรซึ่งขณะนี้ข้าวกำลังตั้งท้อง และใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ฝนถล่ม "สุพรรณบุรี" น้ำท่าจีนเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน 3 อำเภอ



 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที จ.สุพรรณบุรี ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำในแม่น้ำท่าจีน ที่ก่อนหน้านี้น้ำลดลงได้เพิ่มปริมาณขึ้นอีก ทำให้ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำใน 3 อำเภอ คือ อ.เมือง บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ลุ่ม เป็นพื้นที่รองรับน้ำ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่อยู่ริมน้ำท่าจีน ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ก็คือ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มค่อนข้างต่ำ เมื่อฝนตกจึงระบายไม่ทัน เนื่องจากกว่าน้ำจะระบายลงทะเลใช้ระยะทางประมาณกว่า 200 กิโลเมตร ขณะนี้พื้นที่น้ำท่วมเริ่มแพร่ขยายกว้างขึ้น และน้ำที่เข้าสุพรรณบุรีมีอยู่ 3 ทางด้วยกันคือ ทางภาคตะตัวตก ทางเทือกเขาเมืองกาญจนบุรีไหลผ่านเข้าจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่สองน้ำจากทางภาคเหนือ จากเจ้าพระยาผันเข้าสู่ประตูน้ำพลเทพก็คือปริมาณน้ำฝนที่ตกในจังหวัดชัยนาท อุทัยธานี จะใหลลงเข้าสู่จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนด้านฝั่งตะวันออก จะได้รับผลกระทบจากแม่น้ำน้อย ดังนั้น จ.สุพรรณบุรี จะรับน้ำหลักๆ มาจาก 3 ทางดังกล่าว

ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี ในรับการผันน้ำบางส่วนจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูพลเทพเข้ามาในพื้นที่ด้วย ตนได้ประสานผู้นำชุมชนและกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนทั้งหมด ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ส่วนพื้นที่ถนนหรือแนวถนนตรงไหนที่สามารถเป็นคันกั้นน้ำไม่ให้ท่วมเข้าเขตเศรษฐกิจสำคัญหรือเขตชุมขนได้ คงต้องมีการวางแผนกันและหน่วยงานราชการที่สำคัญ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมค่อนข้างจะสูง

นอกจากนี้ ในเรื่องของทางภาคเกษตรได้ประสานงานเกษตรตำบลทุกๆ ตำบล ในการวางแผนว่าพื้นที่ใดมีการเก็บเกี่ยวและเป็นพื้นที่เสี่ยงอันดับต้นๆ ก็จะเร่งในการเก็บเกี่ยว เพราะขณะนี้พื้นที่บางส่วนยังไม่ได้เก็บเกี่ยว จึงอาจมีผลกระทบต่อชาวนาบางส่วน

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ปภ. สรุปสาธารณภัย 10 จังหวัดยังท่วม


    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์สาธารณภัยประจําวัน ว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ ลําปาง และ ระนอง รวม 42 อําเภอ 218 ตําบล 1,219 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 52,973 ครัวเรือน 136,650 คน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 168,143 ไร่

      สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปริมาตรน้ำในอ่าง รวม 46,409 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 น้อยกว่าปี 2554 จํานวน 11,538 ล้าน ลบ.ม.  อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 7,278 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 54)  และอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์  5,932 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 62) ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ อบต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด 129.5 มม. รองลงมาเป็น อ.กําแพงแสน จ.นครปฐม 103.2 มม. เทศบาลตำบลละอุ่น จ.เพชรบุรี 77.5 มม.

     ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ จํานวน 1,829 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จํานวน 1,927 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา จํานวน 195 ลบ.ม. ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เกิน 1,800 ลบ.ม./วินาที ทําให้น้ำท่วมที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ทําให้น้ำท่วมที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี , อ.เมือง จ.อ่างทอง และหากเกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที จะทําให้น้ำท่วมที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท  2 ฝั่งเจ้าพระยาของ จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ปภ.เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งเจ้าพระยา 7 จังหวัด


     อธิบดี ปภ. เตือน พื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด เฝ้าระวังภาวะน้ำล้นตลิ่ง

           วันนี้ (14 กันยายน) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลสถานการณ์น้ำกับ กรมชลประทาน พบว่า กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 25 -50 เซนติเมตร จนอาจเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา