นายจำเนียร เร่งเทียน เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ช่วงระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดภาวะฝนแล้งอย่างต่อเนื่องในแทบทุกพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชเกือบทุกชนิด จึงให้เกษตรอำเภอทุกอำเภอดำเนินการสำรวจความเสียหาย เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณไปช่วยเหลือเกษตรกรเป็นเงินสด ปรากฏว่า อ.ลาดยาว เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 2,012 ราย พืชที่เสียหายเป็นนาข้าว 6,044 ไร่?พืชไร่ 34,732 ไร่ และพืชอื่น 60 ไร่ ของบประมาณช่วยเหลือ 32,788,068 บาท และอ.ชุมตาบง เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน?64 ราย พืชที่เสียหายเป็นพืชไร่ 558 ไร่ ของบประมาณช่วยเหลือ 467,046 บาท รวมทั้ง 2 อำเภอ เป็นเงิน 33,255,114 บาท ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด เรียบร้อยแล้ว และได้รายงานขอความช่วยเหลือไปที่กรมส่งเสริมการเกษตรเรียบร้อยแล้ว
นายสามารถ ณ ระนอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กล่าวเพิ่มเติมว่าหากได้รับการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวจากกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว ก็จะประสานกับธนาคาร ธ.ก.ส.เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีของพี่น้องเกษตรกรโดยตรงที่ได้แจ้งไว้ต่อไป เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรนำไปใช้เพื่อการลงทุนทำการเกษตรในรอบต่อไป
น้ำท่วม ข่าวน้ำท่วม สถานการณ์น้ําท่วมล่าสุด เกาะติดข่าวน้ําท่วม ภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำ ความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครสวรรค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครสวรรค์ แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555
กรมชลประทาน ระบุ สุโขทัย-นครสวรรค์-อยุธยา-อ่างทอง ยังอ่วม จับตาพิษณุโลกแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้น
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสถานการณ์น้ำท่วม ภาคเหนือ จ.สุโขทัย บริเวณแม่นํ้ายมตลิ่งฝั่งซ้าย ปริมาณนํ้าเอ่อล้นจากลํานํ้า และไหลข้ามถนนทางหลวง หมายเลข 101 (อ.เมือง-อ.ศรีสําโรง) หมู่ที่ 1, 4 ต.ปากแคว อ.เมือง ระดับนํ้าท่วมสูงประมาณ 0.20-0.30 ม. เป็นระยะทาง 300 ม. รถเล็กสัญจรไปมาไม่สะดวก ด้าน จ.พิษณุโลก ระดับนํ้าลุ่มนํ้ายมสายเก่า บริเวณเขต อ.พรหมพิราม และในเขต อ.บางระกํา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนํ้าไหลหลากจาก จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย รอบใหม่ ส่งผลให้พื้นที่น้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีพื้นที่น้ำท่วม รวม 3 อําเภอ ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.บางระกํา และ อ.เมือง พื้นที่การเกษตร รวม 42,300 ไร่ ส่วน จ.นครสวรรค์ ยังคงมีน้ำท่วมจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดยาว อ.โกรกพระ อ.เมือง
ภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีนํ้าล้นตลิ่งจากแม่นํ้าเจ้าพระยา แม่นํ้าน้อย คลองโผงเผง ไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมตลิ่ง จํานวน 6 อําเภอ คือ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.เสนา อ.บางไทร และ อ.บางปะอิน ส่วน จ.อ่างทอง เกิดน้ำล้นตลิ่งคลองโผงเผง เข้าท่วมพื้นที่ ต.โผงเผง และพื้นที่ ต.บางปลากด อ.ป่าโมก และเกิดน้ำท่วมพื้นที่นอกแนวเขตคันกั้นน้ำเจ้าพระยา บริเวณ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง
วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555
ปภ. สรุปสาธารณภัย 10 จังหวัดยังท่วม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์สาธารณภัยประจําวัน ว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ ลําปาง และ ระนอง รวม 42 อําเภอ 218 ตําบล 1,219 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 52,973 ครัวเรือน 136,650 คน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 168,143 ไร่
สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปริมาตรน้ำในอ่าง รวม 46,409 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 น้อยกว่าปี 2554 จํานวน 11,538 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 7,278 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 54) และอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ 5,932 ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ 62) ปริมาณน้ำฝนสูงสุดวัดได้ที่ อบต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด 129.5 มม. รองลงมาเป็น อ.กําแพงแสน จ.นครปฐม 103.2 มม. เทศบาลตำบลละอุ่น จ.เพชรบุรี 77.5 มม.
ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ จํานวน 1,829 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จํานวน 1,927 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระรามหก จ.พระนครศรีอยุธยา จํานวน 195 ลบ.ม. ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เกิน 1,800 ลบ.ม./วินาที ทําให้น้ำท่วมที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ทําให้น้ำท่วมที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี , อ.เมือง จ.อ่างทอง และหากเกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที จะทําให้น้ำท่วมที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท 2 ฝั่งเจ้าพระยาของ จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ป้ายกำกับ:
นครสวรรค์,
พิษณุโลก,
สุโขทัย,
สุพรรณบุรี,
อ่างทอง
ปภ.เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งเจ้าพระยา 7 จังหวัด
อธิบดี ปภ. เตือน พื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด เฝ้าระวังภาวะน้ำล้นตลิ่ง
วันนี้ (14 กันยายน) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลสถานการณ์น้ำกับ กรมชลประทาน พบว่า กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 25 -50 เซนติเมตร จนอาจเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำใน 7 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

