หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

โคราชบ้าน​เรือนกว่า 400 หลังจมน้ำ

ที่นครราชสีมา ​ผู้สื่อข่าวรายงานสถาน​การณ์ น้ำท่วม​ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ขณะนี้หลังบ้าน​เรือนกว่า 400 หลัง​ในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลหนองบัวศาลา อำ​เภอ​เมืองนครราชสีมา ประกอบด้วย หมู่ 2 บ้านหนองตะลุมปุ๊ก​เก่า จำนวน 60 หลังคา​เรือน, หมู่ 8 บ้านหนองตาคงจำนวน 60 หลังคา​เรือน ​และหมู่ 10 บ้านหนองตะลุมปุ๊ก​ใหม่ จำนวนกว่า 300 หลังคา​เรือน ​ในจำนวนนี้​ได้​เอ่อท่วมบ้านจัดสรร​โครง​การบ้านจามจุรี จำนวนกว่า 100 หลังคา​เรือน ​ซึ่งพี่น้องประชาชนยังคง​ได้รับ​ความ​เดือดร้อนจากน้ำที่​ไหล​เอ่อ​เข้า ท่วมบ้าน​เรือน ชาวบ้านต้องพากันขนย้ายสิ่งของขึ้น​ไว้​ในที่สูง ​แม้ทาง อบต.หนองบัวศาลา ​และศูนย์ป้องกัน​และบรร​เทาสาธารณภัย​เขต 5 จะนำ​เครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออก​แต่​ก็​ไม่​ได้ผล ​เนื่องจากปริมาณน้ำ​ได้​เพิ่มสูงขึ้น​เรื่อยๆ หลังจากมีฝนตกลงมา​ในพื้นที่อย่างต่อ​เนื่อง ส่งผล​ให้ระดับน้ำยังคงท่วมหมู่บ้านสูงประมาณ 50 ​เซนติ​เมตร ​ไปจน​ถึง 1.20 ​เมตร ชาวบ้านที่​เดือดร้อนต้องสัญจรด้วย​การ​ใช้​เรือท้อง​แบน
นอกจากนี้น้ำยัง​ได้​ไหล​เอ่อ​เข้าท่วมบนถนนสายราชสีมา-​โชคชัย หลัก กม.ที่ 6-7 ขา​เข้าตัว​เมือง ช่วงบริ​เวณตำบลหนองบัวศาลา ​เป็นระยะทางยาวประมาณ 1 กิ​โล​เมตร ​ทำ​ให้​การจราจรบริ​เวณ ดังกล่าวติดขัดอย่างหนัก ​ซึ่งทาง อบต.หนองบัวศาลา​ได้ประสาน​แขวง​การทางนครราชสีมา​ให้นำรถ​แบ็ก​โฮมาทุบ​ ทำลาย​เกาะกลางถนน ​เพื่อ​เร่ง​เปิดทางระบายน้ำข้าม​ไปยังฝั่งตรงข้ามถนน อย่าง​ไร​ก็ตามขณะนี้มีประชาชน​ได้รับ​ความ​เดือดร้อนจากน้ำท่วม​เพิ่มมาก ขึ้น​เรื่อยๆ หลายครัว​เรือนต้องขาด​แคลนอาหาร​และน้ำดื่ม ​ซึ่งทางหน่วยงานที่​เกี่ยวข้อง​ได้​เร่ง​แจกจ่ายอาหาร​และน้ำดื่ม พร้อม​ทั้งยารักษา​โรคที่มากับน้ำ​ให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย​แล้ว

น้ำท่วมลพบุรีสู่ย่าน​เศรษฐกิจ

ด้าน จ.ลพบุรี นายฉัตรชัย พรหม​เลิศ ​ผู้ว่าราช​การจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายธวัชชัย ​โสต​เนียม นายอำ​เภอ​เมืองลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจสถาน​การณ์น้ำท่วม​ใน จ.ลพบุรี ปรากฏว่าหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ ​โดย​เฉพาะที่อำ​เภอท่าหลวง ​ซึ่ง​เป็น​แหล่งต้นน้ำของ​แม่น้ำป่าสัก ​ซึ่งมีลักษณะภูมิประ​เทศ​เป็นคอขวด ​ทำ​ให้ปริมาณน้ำ​เหนือที่​ไหลมาจาก จ.​เพชรบูรณ์ มารวมกัน ส่งผล​ให้ระดับน้ำ​ใน​แม่น้ำป่าสัก​เพิ่มขึ้นอย่างรวด​เร็ว ​เฉลี่ยชั่ว​โมงละ 15-20 ​เซนติ​เมตร ​และบางจุด​ได้ล้นตลิ่ง​เข้าท่วมพื้นที่​การ​เกษตร ​และบ้าน​เรือนของชาวบ้าน ประกอบกับมีน้ำป่าสี​แดง​เข้ม​ไหลลงมาจากภู​เขา​เข้าท่วมบ้าน​เรือนประชาชน ระดับน้ำสูงประมาณ 50-70 ซม. ​และบาง​แห่งสูง​ถึงคอ ​โดย​เฉพาะ​ในหมู่ที่ 1, 3,  5 ​และ 6 ชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ขณะที่ ​โรง​เรียน 2 ​แห่งต้องถูกน้ำท่วมสูง จน​ไม่สามารถจัดกิจกรรม​การ​แข่งขันกีฬาของ​โรง​เรียนตามที่กำหนด​ไว้ก่อน หน้า​ได้ ขณะที่สถาน​การณ์น้ำท่วม​ใน​เขตอำ​เภอ​เมือง ​ซึ่ง​เข้าสู่วันที่ 2 ​แล้ว ยังคงมีฝนตกต่อ​เนื่องตลอด​ทั้งวัน ​ทำ​ให้น้ำป่าที่​ไหล​เข้าท่วมพื้นที่ตั้ง​แต่​เมื่อวาน ​ได้ขยายวงกว้าง​เข้าสู่พื้นที่​เศรษฐกิจ ​และย่าน​การค้า ​ทั้งบิ๊กซี ​และตลาด​ในหมู่บ้านหลาย​แห่งตลอด​เส้นถนนพหล​โยธิน จน​ไม่สามารถ​เปิดค้าขาย​ได้ตามปกติ ต้องขอกำลังทหารจากหน่วยบัญชา​การสงครามพิ​เศษ ​และหน่วยขึ้นตรงกว่า 6 หน่วย ​ได้นำกำลังพลกว่า 300 นาย กระจายกำลังลงพื้นที่​ให้​การช่วย​เหลือประชาชน​ใน​การขนย้ายสิ่งของ ​และวาง​แนวกระสอบทรายกั้นน้ำ​เป็น​การด่วน​แล้ว

พายุหมุนถล่มหลังคาบ้านพัง 50 หลัง

จ.ปทุมธานี ​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริ​เวณซอยบงกช 1 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง ​และ ชาวบ้าน​ในหมู่บ้านพฤกษา 9 ​และพฤกษา 11 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กว่า 50 หลังคา​เรือน ​ได้รับ​ความ​เดือดร้อนจากพายุ​และฝนตกอย่างต่อ​เนื่อง​เมื่อคืนที่ผ่านมา พายุหมุนส่งผล​ทำ​ให้บ้าน​เรือนประชาชนถูกพายุหมุน​ได้รับ​ความ​เสียหาย กระ​เบื้องหลังคา ฝ้าหลังคา พัง​เสียหาย ข้าวของ​ในบ้าน​เปียกฝน​ได้รับ​ความ​เสียหาย ต้อง​เร่งซ่อม​แซมบ้าน​เรือนส่วนที่​เสียหาย​โดยมี​เจ้าหน้าที่จาก​เทศบาล​ เมืองคลองหลวง​เร่ง​เข้า​ให้​ความช่วย​เหลือ หวั่นคืนนี้จะมีพายุ​และฝนตกลงมาอีก ​ทั้งนี้นางถนอมนวล ทิพย์คงคา ชาวบ้านรายหนึ่งอาศัยอยู่ที่ ต.คลองสอง กล่าวว่า ​เมื่อคืนฝนตกอย่างหนัก ​และตกอย่างต่อ​เนื่อง กระทั่ง​เมื่อประมาณ​เที่ยงคืน​ได้มีลมพายุหมุนอย่าง​แรง หมุน​เข้ามาช่วงหลังคาบ้าน ตู้​เสื้อผ้า ข้าวของ​ในบ้านกระจัดกระจายพัง​เสียหาย หลังคาพังฝน​ก็ตก​เข้า​ในบ้าน​เปียก​ได้รับ​ความ​เสียหาย ตน​ก็ต้องขนย้ายข้าวของตอนกลางคืน​เพื่อหลบฝน ​เพราะหลังคา​แตก​เป็นรูขนาด​ใหญ่ กระทั่ง​เช้า​จึง​แจ้ง​ให้​เทศบาล​เข้าช่วย​เหลือ ​เนื่องจาก​เกรงว่าวันนี้จะมีฝน​และพายุ​เข้ามาอีก
ด้านนายประ​เสริฐ ค่ายทอง นายก​เทศมนตรี ​เทศบาล​เมืองคลองหลวง กล่าวว่า หลัง​เกิด​เหตุ​ได้ส่ง​เจ้าหน้าที่​เร่งดำ​เนิน​การสำรวจ​ความ​เสียหายของ บ้าน​เรือนประชาชน ​เบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้าน ต.คลองสอง บ้าน​เรือน​ได้รับ​ความ​เสียหาย 11 หลังคา​เรือน หมู่บ้านพฤกษา 11 ​เสียหาย 28 หลังคา​เรือน หมู่บ้านพฤกษา 9 ​เสียหาย 15 หลังคา​เรือน ​และดำ​เนิน​การ​เข้าช่วยซ่อม​แซมหลังคา​เพื่อป้องกันฝนที่คาดว่าจะตกลงมา​ ในคืนนี้อีก

น้ำ​เขา​ใหญ่ท่วมปราจีน

ฝนถล่ม​ไหล​เอ่อทะลัก ตัดขาด​โลกภายนอก ปทุม​ก็อ่วมหลังคาปลิว ​เจอพายุหมุน​เล่นงาน ลพบุรีวิกฤติจมบาดาล ขณะ​เรือน้ำมันอับปาง
น้ำป่า​เขา​ใหญ่ทะลักท่วมปราจีน ชาวบ้านถูกตัดขาดจาก​โลกภายนอก ปทุมกระอักพายุหมุนพาฝนถล่ม หลังคาบ้านปลิวว่อนพังกว่า 50 หลัง ชาวพิจิตร​เรือพลิกคว่ำจมน้ำดับ 1 ศพ ลพบุรีวิกฤติน้ำป่าทะลัก​เข้าท่วม​เขต​เศรษฐกิจ ด้านชาว​โคราชอ่วมบ้าน​เรือนจมน้ำกว่า 400 หลัง ขณะที่​เรือน้ำมันอับปางลูก​เรือทุกคนรอดหวิด อุตุฯ ​เตือนทั่ว​ไทยยังมีฝนตกหนัก ระวังน้ำป่า​ไหลหลาก

สถาน​การณ์อุทกภัยยังคงมีอยู่อย่างต่อ​เนื่อง หลังจากที่มีฝนตกหนัก​ในหลายจังหวัด ​เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ปราจีนบุรี​ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพน้ำป่าจากอุทยาน​แห่งชาติ​เขา​ใหญ่มรดก ​โลก ที่หลากท่วมหมู่บ้านที่อยู่ติดตลอด​แนวตีน​เขา​ใน 2 ตำบลคือ ต.หนอง​แก้ว ​และ ต.​โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รวม 210 ครอบครัวนั้น น้ำ​ได้ระบายลงสู่ด้านล่างที่​เป็นทุ่งนา ​และที่ลุ่ม​โดย​เฉพาะคลองธรรมชาติที่รองรับ คือคลองประจันตคาม คลองหนอง​แก้ว คลองห้วยขื่อ ​โดยสภาพน้ำ​ใน ต.หนอง​แก้ว น้ำจากหมู่บ้านประ​เถท หมู่ 8 ​ได้​ไหลระบายต่อ​เนื่องผ่านบ้าน​เนินก่อ หมู่ 4 บ้านนา หมู่ 1 ​โดย​เฉพาะบ้านนา หมู่ 1 ต.หนอง​แก้ว ที่อยู่ติดริมคลองน้ำ​ได้หลากผ่านถนน​เป็นทางยาวกว่า 500 ​เมตรลงทุ่งนา ด้านฝั่ง ต.​โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม ที่น้ำท่วม​ในหมู่ 13 หมู่ 7 ระดับน้ำ​ได้​เริ่มลงมา​เอ่อตอนล่าง​ในหมู่บ้านต่างๆ อาทิ หมู่ 13 หมู่ 17 หมู่ 5 ​และ​โดย​เฉพาะหมู่ 18 บ้าน​เกาะ​โมก มีครอบครัวชาวบ้านที่ตั้งอยู่ติดริมคลองห้วยขื่อที่รับน้ำระบายมาจากตอนบน น้ำป่า​ได้​ไหลท่วม​ทั้งหมู่บ้านรวม 8 ครอบครัว ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 ​เมตร ตัดขาด​โลกภายนอก นายบัน​เทิง ปัญญาดี นายก​เทศมนตรี​เทศบาลตำบล​โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ​ได้มอบหมาย​ให้นายประ​ไพ ​เตมีสุภาพ สมาชิกสภา​เทศบาลตำบล​โพธิ์งาม นำ​เรือมามอบ​ให้ชาวบ้านผ่าน​เข้า-ออกจำนวน 1 ลำ พร้อม​เตรียมนำน้ำดื่ม อาหารมามอบ​ให้ต่อ​ไป

ตาก-พายุกระหน่ำกล้วยเสียหายกว่า 100 ไร่



พายุฝนกระหน่ำในพื้นที่ 4 อำเภอ จังหวัดตาก ลมกระโชกแรงสวนกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ หักโค่นเสียหายกว่า 100 ไร่
พายุฝน ที่กระหน่ำในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอวังเจ้า อำเภอเมือง อำเภอบ้านตาก และ อำเภอสามเงา มีฝนตกหนักลมกระโชกแรง ส่งผลให้สวนกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ หักโค่น โดยเฉพาะสวนกล้วยไข่กำลังจะให้ผลผลิตในกลางเดือนกันยายน หรือราวสัปดาห์หน้า เสียหายกว่า 100 ไร่ เกษตรกรขาดรายได้หลายหมื่นบาท เนื่องจากกล้วยไข่เป็นพืชเศรษฐกิจทำรายได้ปีละหลายล้านบาท

ชาวสวน บอกว่าปีนี้อากาศแปรปรวน ฤดูฝนกลายเป็นฤดูแล้ง ฝนตกก็มีลมกระโชกแรง โดยเฉพาะสวนกล้วยไม่ชอบลมแรงทำให้หักโค่นได้ง่าย แต่ยังไม่ท้อจะเริ่มต้นปลูกใหม่ เพราะขณะนี้กล้วยราคาดีกว่าทำนาข้าวเพราะตลาดต้องการสูง

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 06 กันยายน 2555

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"สภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก"
ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 06 กันยายน 2555

        หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง จะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุม เข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในคืนวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบาง แห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ สกลนคร อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 6-7 กันยายน 2555
       อนึ่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและ ทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่ม
       ความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้
       ประกาศ ณ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 16.30 น.
       
        (ลงชื่อ) สมศรี ฮั่นตระกูล
        (นางสาวสมศรี ฮั่นตระกูล)
        อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
       

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

ปภ.เตือนน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากกว่า 20 จว. ระหว่าวง 4 - 6 ก.ย. นี้

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาที่ ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ทางน้ำไหลผ่านใน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี และสระบุรี เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักในระหว่างวันที่ 4 - 6 กันยายน 2555 อีกทั้ง ให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ เพื่ออพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที