ที่นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์
น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาว่า ขณะนี้หลังบ้านเรือนกว่า 400
หลังในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมืองนครราชสีมา
ประกอบด้วย หมู่ 2 บ้านหนองตะลุมปุ๊กเก่า จำนวน 60 หลังคาเรือน, หมู่ 8
บ้านหนองตาคงจำนวน 60 หลังคาเรือน และหมู่ 10 บ้านหนองตะลุมปุ๊กใหม่
จำนวนกว่า 300 หลังคาเรือน
ในจำนวนนี้ได้เอ่อท่วมบ้านจัดสรรโครงการบ้านจามจุรี จำนวนกว่า 100
หลังคาเรือน
ซึ่งพี่น้องประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำที่ไหลเอ่อเข้า
ท่วมบ้านเรือน ชาวบ้านต้องพากันขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง แม้ทาง
อบต.หนองบัวศาลา และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5
จะนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกแต่ก็ไม่ได้ผล
เนื่องจากปริมาณน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ระดับน้ำยังคงท่วมหมู่บ้านสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ไปจนถึง
1.20 เมตร ชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องสัญจรด้วยการใช้เรือท้องแบน
นอกจากนี้น้ำยังได้ไหลเอ่อเข้าท่วมบนถนนสายราชสีมา-โชคชัย หลัก
กม.ที่ 6-7 ขาเข้าตัวเมือง ช่วงบริเวณตำบลหนองบัวศาลา
เป็นระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้การจราจรบริเวณ
ดังกล่าวติดขัดอย่างหนัก ซึ่งทาง
อบต.หนองบัวศาลาได้ประสานแขวงการทางนครราชสีมาให้นำรถแบ็กโฮมาทุบ
ทำลายเกาะกลางถนน เพื่อเร่งเปิดทางระบายน้ำข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามถนน
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเพิ่มมาก
ขึ้นเรื่อยๆ หลายครัวเรือนต้องขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม
ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม
พร้อมทั้งยารักษาโรคที่มากับน้ำให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ว
น้ำท่วม ข่าวน้ำท่วม สถานการณ์น้ําท่วมล่าสุด เกาะติดข่าวน้ําท่วม ภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำ ความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติ
วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555
น้ำท่วมลพบุรีสู่ย่านเศรษฐกิจ
ด้าน จ.ลพบุรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
พร้อมด้วยนายธวัชชัย โสตเนียม นายอำเภอเมืองลพบุรี
ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ลพบุรี
ปรากฏว่าหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะที่อำเภอท่าหลวง
ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก
ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นคอขวด ทำให้ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลมาจาก
จ.เพชรบูรณ์ มารวมกัน
ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เฉลี่ยชั่วโมงละ 15-20 เซนติเมตร
และบางจุดได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร
และบ้านเรือนของชาวบ้าน
ประกอบกับมีน้ำป่าสีแดงเข้มไหลลงมาจากภูเขาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
ระดับน้ำสูงประมาณ 50-70 ซม. และบางแห่งสูงถึงคอ โดยเฉพาะในหมู่ที่
1, 3, 5 และ 6 ชาวบ้านต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ขณะที่ โรงเรียน 2
แห่งต้องถูกน้ำท่วมสูง
จนไม่สามารถจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาของโรงเรียนตามที่กำหนดไว้ก่อน
หน้าได้ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอเมือง ซึ่งเข้าสู่วันที่ 2
แล้ว ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
ทำให้น้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวาน
ได้ขยายวงกว้างเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ และย่านการค้า ทั้งบิ๊กซี
และตลาดในหมู่บ้านหลายแห่งตลอดเส้นถนนพหลโยธิน
จนไม่สามารถเปิดค้าขายได้ตามปกติ
ต้องขอกำลังทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และหน่วยขึ้นตรงกว่า 6
หน่วย ได้นำกำลังพลกว่า 300 นาย
กระจายกำลังลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของ
และวางแนวกระสอบทรายกั้นน้ำเป็นการด่วนแล้ว
พายุหมุนถล่มหลังคาบ้านพัง 50 หลัง
จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณซอยบงกช
1 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง และ ชาวบ้านในหมู่บ้านพฤกษา 9 และพฤกษา 11
ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กว่า 50 หลังคาเรือน
ได้รับความเดือดร้อนจากพายุและฝนตกอย่างต่อเนื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา
พายุหมุนส่งผลทำให้บ้านเรือนประชาชนถูกพายุหมุนได้รับความเสียหาย
กระเบื้องหลังคา ฝ้าหลังคา พังเสียหาย
ข้าวของในบ้านเปียกฝนได้รับความเสียหาย
ต้องเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนส่วนที่เสียหายโดยมีเจ้าหน้าที่จากเทศบาล
เมืองคลองหลวงเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ
หวั่นคืนนี้จะมีพายุและฝนตกลงมาอีก ทั้งนี้นางถนอมนวล ทิพย์คงคา
ชาวบ้านรายหนึ่งอาศัยอยู่ที่ ต.คลองสอง กล่าวว่า เมื่อคืนฝนตกอย่างหนัก
และตกอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเมื่อประมาณเที่ยงคืนได้มีลมพายุหมุนอย่างแรง
หมุนเข้ามาช่วงหลังคาบ้าน ตู้เสื้อผ้า
ข้าวของในบ้านกระจัดกระจายพังเสียหาย
หลังคาพังฝนก็ตกเข้าในบ้านเปียกได้รับความเสียหาย
ตนก็ต้องขนย้ายข้าวของตอนกลางคืนเพื่อหลบฝน
เพราะหลังคาแตกเป็นรูขนาดใหญ่
กระทั่งเช้าจึงแจ้งให้เทศบาลเข้าช่วยเหลือ
เนื่องจากเกรงว่าวันนี้จะมีฝนและพายุเข้ามาอีก
ด้านนายประเสริฐ ค่ายทอง นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองคลองหลวง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายของ บ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้าน ต.คลองสอง บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 11 หลังคาเรือน หมู่บ้านพฤกษา 11 เสียหาย 28 หลังคาเรือน หมู่บ้านพฤกษา 9 เสียหาย 15 หลังคาเรือน และดำเนินการเข้าช่วยซ่อมแซมหลังคาเพื่อป้องกันฝนที่คาดว่าจะตกลงมา ในคืนนี้อีก
ด้านนายประเสริฐ ค่ายทอง นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองคลองหลวง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายของ บ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นทราบว่า ชาวบ้าน ต.คลองสอง บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 11 หลังคาเรือน หมู่บ้านพฤกษา 11 เสียหาย 28 หลังคาเรือน หมู่บ้านพฤกษา 9 เสียหาย 15 หลังคาเรือน และดำเนินการเข้าช่วยซ่อมแซมหลังคาเพื่อป้องกันฝนที่คาดว่าจะตกลงมา ในคืนนี้อีก
น้ำเขาใหญ่ท่วมปราจีน
ฝนถล่มไหลเอ่อทะลัก ตัดขาดโลกภายนอก ปทุมก็อ่วมหลังคาปลิว เจอพายุหมุนเล่นงาน ลพบุรีวิกฤติจมบาดาล ขณะเรือน้ำมันอับปาง
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปราจีน ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ปทุมกระอักพายุหมุนพาฝนถล่ม หลังคาบ้านปลิวว่อนพังกว่า 50 หลัง ชาวพิจิตรเรือพลิกคว่ำจมน้ำดับ 1 ศพ ลพบุรีวิกฤติน้ำป่าทะลักเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจ ด้านชาวโคราชอ่วมบ้านเรือนจมน้ำกว่า 400 หลัง ขณะที่เรือน้ำมันอับปางลูกเรือทุกคนรอดหวิด อุตุฯ เตือนทั่วไทยยังมีฝนตกหนัก ระวังน้ำป่าไหลหลาก
สถานการณ์อุทกภัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีฝนตกหนักในหลายจังหวัด เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ปราจีนบุรีผู้สื่อข่าวรายงานสภาพน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดก โลก ที่หลากท่วมหมู่บ้านที่อยู่ติดตลอดแนวตีนเขาใน 2 ตำบลคือ ต.หนองแก้ว และ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รวม 210 ครอบครัวนั้น น้ำได้ระบายลงสู่ด้านล่างที่เป็นทุ่งนา และที่ลุ่มโดยเฉพาะคลองธรรมชาติที่รองรับ คือคลองประจันตคาม คลองหนองแก้ว คลองห้วยขื่อ โดยสภาพน้ำใน ต.หนองแก้ว น้ำจากหมู่บ้านประเถท หมู่ 8 ได้ไหลระบายต่อเนื่องผ่านบ้านเนินก่อ หมู่ 4 บ้านนา หมู่ 1 โดยเฉพาะบ้านนา หมู่ 1 ต.หนองแก้ว ที่อยู่ติดริมคลองน้ำได้หลากผ่านถนนเป็นทางยาวกว่า 500 เมตรลงทุ่งนา ด้านฝั่ง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม ที่น้ำท่วมในหมู่ 13 หมู่ 7 ระดับน้ำได้เริ่มลงมาเอ่อตอนล่างในหมู่บ้านต่างๆ อาทิ หมู่ 13 หมู่ 17 หมู่ 5 และโดยเฉพาะหมู่ 18 บ้านเกาะโมก มีครอบครัวชาวบ้านที่ตั้งอยู่ติดริมคลองห้วยขื่อที่รับน้ำระบายมาจากตอนบน น้ำป่าได้ไหลท่วมทั้งหมู่บ้านรวม 8 ครอบครัว ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร ตัดขาดโลกภายนอก นายบันเทิง ปัญญาดี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นายประไพ เตมีสุภาพ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์งาม นำเรือมามอบให้ชาวบ้านผ่านเข้า-ออกจำนวน 1 ลำ พร้อมเตรียมนำน้ำดื่ม อาหารมามอบให้ต่อไป
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปราจีน ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ปทุมกระอักพายุหมุนพาฝนถล่ม หลังคาบ้านปลิวว่อนพังกว่า 50 หลัง ชาวพิจิตรเรือพลิกคว่ำจมน้ำดับ 1 ศพ ลพบุรีวิกฤติน้ำป่าทะลักเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจ ด้านชาวโคราชอ่วมบ้านเรือนจมน้ำกว่า 400 หลัง ขณะที่เรือน้ำมันอับปางลูกเรือทุกคนรอดหวิด อุตุฯ เตือนทั่วไทยยังมีฝนตกหนัก ระวังน้ำป่าไหลหลาก
สถานการณ์อุทกภัยยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มีฝนตกหนักในหลายจังหวัด เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ปราจีนบุรีผู้สื่อข่าวรายงานสภาพน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดก โลก ที่หลากท่วมหมู่บ้านที่อยู่ติดตลอดแนวตีนเขาใน 2 ตำบลคือ ต.หนองแก้ว และ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี รวม 210 ครอบครัวนั้น น้ำได้ระบายลงสู่ด้านล่างที่เป็นทุ่งนา และที่ลุ่มโดยเฉพาะคลองธรรมชาติที่รองรับ คือคลองประจันตคาม คลองหนองแก้ว คลองห้วยขื่อ โดยสภาพน้ำใน ต.หนองแก้ว น้ำจากหมู่บ้านประเถท หมู่ 8 ได้ไหลระบายต่อเนื่องผ่านบ้านเนินก่อ หมู่ 4 บ้านนา หมู่ 1 โดยเฉพาะบ้านนา หมู่ 1 ต.หนองแก้ว ที่อยู่ติดริมคลองน้ำได้หลากผ่านถนนเป็นทางยาวกว่า 500 เมตรลงทุ่งนา ด้านฝั่ง ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม ที่น้ำท่วมในหมู่ 13 หมู่ 7 ระดับน้ำได้เริ่มลงมาเอ่อตอนล่างในหมู่บ้านต่างๆ อาทิ หมู่ 13 หมู่ 17 หมู่ 5 และโดยเฉพาะหมู่ 18 บ้านเกาะโมก มีครอบครัวชาวบ้านที่ตั้งอยู่ติดริมคลองห้วยขื่อที่รับน้ำระบายมาจากตอนบน น้ำป่าได้ไหลท่วมทั้งหมู่บ้านรวม 8 ครอบครัว ระดับน้ำสูงกว่า 1.50 เมตร ตัดขาดโลกภายนอก นายบันเทิง ปัญญาดี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้มอบหมายให้นายประไพ เตมีสุภาพ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโพธิ์งาม นำเรือมามอบให้ชาวบ้านผ่านเข้า-ออกจำนวน 1 ลำ พร้อมเตรียมนำน้ำดื่ม อาหารมามอบให้ต่อไป
ตาก-พายุกระหน่ำกล้วยเสียหายกว่า 100 ไร่
พายุฝนกระหน่ำในพื้นที่ 4 อำเภอ จังหวัดตาก ลมกระโชกแรงสวนกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ หักโค่นเสียหายกว่า 100 ไร่
พายุฝน ที่กระหน่ำในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอวังเจ้า อำเภอเมือง อำเภอบ้านตาก และ อำเภอสามเงา มีฝนตกหนักลมกระโชกแรง ส่งผลให้สวนกล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ หักโค่น โดยเฉพาะสวนกล้วยไข่กำลังจะให้ผลผลิตในกลางเดือนกันยายน หรือราวสัปดาห์หน้า เสียหายกว่า 100 ไร่ เกษตรกรขาดรายได้หลายหมื่นบาท เนื่องจากกล้วยไข่เป็นพืชเศรษฐกิจทำรายได้ปีละหลายล้านบาท
ชาวสวน บอกว่าปีนี้อากาศแปรปรวน ฤดูฝนกลายเป็นฤดูแล้ง ฝนตกก็มีลมกระโชกแรง โดยเฉพาะสวนกล้วยไม่ชอบลมแรงทำให้หักโค่นได้ง่าย แต่ยังไม่ท้อจะเริ่มต้นปลูกใหม่ เพราะขณะนี้กล้วยราคาดีกว่าทำนาข้าวเพราะตลาดต้องการสูง
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 06 กันยายน 2555
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"สภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก"
ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 06 กันยายน 2555
"สภาวะฝนตกหนักถึงหนักมาก"
ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 06 กันยายน 2555
หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง จะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุม เข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในคืนวันนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบาง แห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ สกลนคร อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 6-7 กันยายน 2555
อนึ่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและ ทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่ม
ความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้
ประกาศ ณ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 16.30 น.
(ลงชื่อ) สมศรี ฮั่นตระกูล
(นางสาวสมศรี ฮั่นตระกูล)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555
ปภ.เตือนน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากกว่า 20 จว. ระหว่าวง 4 - 6 ก.ย. นี้
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า
ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง
จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาที่
ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ทางน้ำไหลผ่านใน 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พะเยา ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุดรธานี
สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา นครสวรรค์
อุทัยธานี ลพบุรี และสระบุรี เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักในระหว่างวันที่
4 - 6 กันยายน 2555 อีกทั้ง
ให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด
รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ
เพื่ออพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
